อยู่บนโลกใบนี้ครบ 5 เดือนแล้วนะ พัฒนาการ 5 เดือนของหนูอีสเตอร์

เจ้าตัวเล็กของพ่อ จากจุดเล็กในวันนั้นถึงตอนนี้จ้ำม้ำน่าหม่ำเป็นที่สุด พัฒนาการตามเกณฑ์และมีเซอร์ไพรส์ตลอด หน้าแปลกๆมาทุกวัน หรี่ตาเล็กน้อยกับรอยยิ้มเท่ๆของหนูมันทำให้หัวใจของพ่อคนนี้มันตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ

นับไม่ถ้วนจากปากคำว่า น่ารักจัง มันถูกเอ่ยออกมาในทุกๆครั้งที่หนูมองมาและยิ้มให้ ท่าทีที่เขินอายแล้วม้วนหน้าเข้าไปที่อกของแม่ ฟิลนี้สินะที่เรียกว่า หลง !!!

อีสเตอร์ 5 เดือน
ขาตึงเชียะ

เสียงที่นอกจากการร้องไห้

เดือนที่ผ่านมาอีสเตอร์รู้แล้วว่าตัวเองมีเสียง เสียงที่นอกจากการร้องไห้ เสียงที่นอกจากการงอแง อื้อๆ ฮือๆ เหมือนนกฮูก มันเป็นเสียงที่หนูบังคับได้ ถึงจะยังคุมไม่ค่อยอยู่แต่หนูก็ได้รู้แล้วว่า เฮ้ย ฉันมีเสียงนะ ….

เท่านั้นแหละครับ ทั้งวัน !!!!

มีการเปล่งเสียงออกมาจากในคอ มีการทดสอบใล่ระดับเสียงของตัวเอง เอามือเข้าไปในปากแล้วออกเสียงออกมา คงจะกำลังสัมผัสดูว่าอะไร ทำไมถึงมีเสียง มันมีเสียงออกมาได้ยังไง

ตลอดการอ่านนิทานของแม่ อีสเตอร์จะออกเสียงมาตลอดเหมือนอ่านไปด้วยหรือเป็นการเลียนเสียงแม่ไปด้วย เรานั่งทำงานอยู่อีกห้องนึงก็ยังได้ยินอะคิดดู 555 ขำดีเหมือนกันเสียงแม่อ่านนิทานและมีลูกเป็นคอรัสอยู่ตลอด

หัวเราะเสียงดังและง่ายขึ้น

เดือนนี้ไม่ค่อยเหนื่อยกับการบิ้วให้หนูหัวเราะ แค่ทำท่าทางและหน้าแปลกๆใส่อีสเตอร์ก็หันมายิ้มแล้วก็หัวเราะได้แล้ว ยิ่งถ้าเต้นๆขอบเตียงนี่ชอบมาก ไม่รู้ทำไมขำใหญ่เลย

การมองที่ลึกซึ้ง

ตรงนี้เรียกว่าทีเด็ดหรือไฮไลท์ของเดือนนี้เลยก็ว่าได้ การมองเพื่อรอคอยให้พ่อและแม่หันมาสบตา จากนั้นหนูก็จัดการด้วยการส่งรอยยิ้มหวานๆขยิบตาให้หนึ่งที โอยยย เข้าใจถึงคำว่า ใจบาง ก็วันนี้ มันมุ้งมิ้งฟรุ๊งฟริ๊งไปหมดหวานหยาดเยิ้มหยดย้อย อยากจะเข้าไปกอดไปหอมอยู่ตลอดเวลาเมื่อหนูมองมาและทำหน้าแบบนี้

และหากมีจังหวะที่ได้จ้องตากันแล้วล่ะก็เหมือนถูกหยุดเวลาไปแปปนึง ความรู้สึกที่แปลกๆไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร ถูกมองเข้ามาจนลึกถึงข้างในมันอธิบายไม่ถูกแต่มันรู้สึกถึงความรู้สึกของเจ้าตัวเล็กที่มองมาอาจจะคิดไปเองแต่มันรู้สึกถึงความมีอะไรในสายตานั้นจริงๆ

คว่ำเองได้แล้ว (จากการตะแคง)

เราลองให้อีสเตอร์ตะแคงแล้วให้เค้าเลือกเองว่าจะคว่ำหรือหงาย หรือให้ตะแคงเล่นของเล่นไปนั่นแหละ ทำไปทำมาก็คว่ำบ้างหงายบ้าง หลังๆจะคว่ำเองซะส่วนใหญ่ ยกอกได้สูงชูคอได้สุด มองซ้ายขวาและยิ้มให้แม่ได้ด้วย ไม่ได้ยกตัวเองขึ้นมาแล้วกรีดร้องเหมือนเดิมแล้ว

การคว่ำแล้วยันตัวขึ้นมามองนู้นมองนี่เป็นเรื่องปกติไปซะแล้วสำหรับอีสเตอร์ เพียงการขยับแขนหรือเอื้อมมือไปหยิบของเล่นยังทำได้ยากอยู่ แต่ก็สามารถอยู่ในท่านี้ได้ 5 นาทีขึ้นไปได้แล้ว

ระยะแรกยังคงลงไม่เป็นหลังจากเหนื่อยเมื่อยคอ ไม่รู้จะลงยังไง และก็ไม่ยอมปล่อยให้หน้าตัวเองถูกพื้น ไม่เอาหนูไม่ยอม หนูจะไม่ก้มหัวให้ใคร !! นั่นล่ะครับร้องกรี๊ดให้พาเอาลงแล้วอารมณ์ก็จะหงุดหงิดไปพักนึง แต่พอครึ่งเดือนหลังก็ได้รู้แล้วว่าไอ้พื้นข้างหน้าเนี่ยมันสามารถเอาหน้าวางลงไปได้นะเบาะพ่อแพงนะ 5555 ไข่ตกยังไม่แตกเลย และมันก็ทำความสะอาดด้วยน้ำยาออแกนนิค หนูสามารถเอาหน้านิ่มๆของหนูพักตะแคงออกหรือนอนหลับไปได้เลย

ขึ้นๆลงๆเองได้สบายแล้วเหลือให้กลับมาหงายเองก็จบ mission การคว่ำหงายของเด็กละ ค่อยเป็นค่อยไปเอาเท่าที่ไหวนะลูกนะ พ่อจะไม่ฝืนหนู อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ลองก่อนไม่เอาไม่เป็นไร ยังไงก็เป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้วล่ะ

เล่นตบแปะก็แม่ได้แล้ว

ตบมือแปะๆ อีสเตอร์แปะๆ เสียงนี้ดังออกมาจากห้องเราก็เลยเข้าไปดูก็เห็นสองแม่ลูกเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน

ยื่นของให้ก็รับได้และนำเข้าปากทันที

555 จะกินไปทุกอย่างไม่ได้นะลูกกกก เหมือนกำลังเรียนรู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ แต่เรื่องกินเรื่องใหญ่แน่นอนครับขานี้ อยากจะชิมไปซะทุกๆอย่าง บอกเลยว่าของเล่นที่ซื้อมาที่ให้เด็กงับๆคุ้มมากสำหรับอีสเตอร์ พอเอาให้ปุ๊บก็รับปั๊บแล้วก็งับทันที !!!

อมมืออยู่ตลอดเวลา

ช่วงเวลาศึกษาดูงานของมือและปาก เราให้อีสเตอร์อมมือได้ในลักษณะของการสำรวจปาก ล้วง แงะ แคะ แค่กๆ อาจจะลึกเกินไป บางทีก็จับลิ้นตัวเองเล่น อะไรแบบนี้เราให้เข้าปากได้เลยถือว่าเป็นการเรียนรู้อวัยวะของตัวเอง

ทดลองให้หลับด้วยตัวเอง

อันนี้คือความสองจิตสองใจกับแม่ว่าจะสอนให้ลูกนอนเองดีมั้ย แต่ก็นอนอยู่ข้างกันนี่แหละจะฝึกหนูยังไงนะ ในต้นเดือนเราลองทดสอบกันแล้วว่าจะหัดให้นอนคนเดียวแต่ยังไงล่ะ ปล่อยให้ร้องไห้จนหลับไป ทรมานใจจริงๆฟังลูกร้องเนี่ย อันนี้แค่คิดนะครับยังไม่ได้ทำเพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงดูของแต่ละบ้านแตกต่างกัน แต่ละบ้านมี lifestyle เป็นของตัวเองทั้งนั้น บางคนก็ต้องทำงานเวลาลูกหลับ หรือจะไปเคลียอย่างอื่นที่ต้องทำ แต่ว่าบ้านเราไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากและซับซ้อนแบบนั้น เราไม่จำเป็นต้องทำงานที่อื่นขณะที่ลูกหลับ ลูกอยู่บนอกเราก็ทำงานได้ถึงจะไม่ถนัดงานของเราก็ยังไปได้ และไม่จำเป็นจะต้องให้ลูกร้องไห้จนหลับไปทั้งน้ำตาท่วมแบบนั้น

ด้วยความที่เรานอนด้วยกันหมดทั้ง 3 คน แม่ก็อยู่ข้างๆเนี่ยจะปล่อยให้ลูกร้องไห้ตลอดเวลาได้ยังไงและอีสเตอร์ก็ต้องเห็นว่าแม่อยู่ตรงนี้แต่ทำไมแม่ปล่อยให้หนูร้องไห้ล่ะ …. เราคิดว่ามันไม่เวิร์คสำหรับเราแน่ๆ ลองกันอยู่ 5 วันก็พบว่า การปล่อยให้หนูร้องแต่เราอยู่ข้างๆค่อยๆกล่อมนั้นจะพากันเครียดกันทั้งบ้านมากกว่า

วิธีที่มันได้ผลสำหรับบ้านเราก็คือ ทำทุกอย่างให้มันช้าที่สุดจนถึงเวลา 20.00น.

เริ่มจาก nap หลังสุดไม่เกิน 18.30 คือต้องหลับแปปๆและตื่นในเวลา จากนั้นก็อาบน้ำ อ่านนิทาน พองอแงจะง่วงก็อุ้มเล่นร้องเพลง เต้นรำกับพ่อ ถ้าไม่เอาพ่อแล้วก็สลับกับแม่ต่อ จากนั้นก็จะถึงเวลา 20.00-20.30 ตาของอีสเตอร์จะหายไปครึ่งนึงตอนนี้อยู่ระหว่าง 2 โลกแล้วระหว่างโลกของความฝันกับความเป็นจริง ถ้าเริ่มนิ่งแล้วก็พากินนมและนอน

หลับด้วยตัวเองได้บางที

Loop นี้เกือบจะ perfect แล้วแต่บางทีมันก็ไม่ไหวจริงๆ อ่านๆนิทานอยู่มันก็ไม่ไหวจริงๆพ่อมันง่วงงงงง เป็นครั้งแรกที่หนูหลับไปโดยที่ไม่งอแงก่อนนอน หลับไปเลยแต่เวลามันไม่ใช่ไงคะ 19.30 !!! เดี๊ยววจะไวไปไหน เดี๋ยวก็ได้ตื่นกลางคืนกันพอดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ก็ปล่อยให้นอนแบบนั้นไปก่อนค่อยปลุกขึ้นมากินนม โชคดีที่คืนนั้นตื่นมากินนมและนอนได้อย่างสงบสุข

บางทีก็นอนเล่นของเล่นเพลินๆในตอนเช้าแล้วก็หลับไปเองในขณะที่พ่อและแม่กำลังกินข้าวอยู่

อืมม พัฒนาการของอีสเตอร์เป็นไปในทางที่ดี น้ำหนักถึงเกณฑ์ การเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอคอยเสียงน่ารักๆของหนูที่จะถามนั่นถามนี่นะคะ ตอนนี้แหละที่คิดว่า เมื่อไหร่หนูจะพูดได้นะ …. แต่ในอนาคตอาจจะเป็น เมื่อไหร่หนูจะหยุดพูดก็เป็นได้ 5555

เจอกันเดือนหน้าครับ