Claude Opus 4.6 มาแล้ว — ผมลองใช้จริง มันต่างจาก 4.5 ยังไง?

วันนี้เปิด Claude มา เจอโมเดลใหม่โผล่ในตัวเลือก

Opus 4.6 — “Most capable for ambitious work”

ผมกดเลือกทันทีไม่ต้องคิด แต่มีข้อความเตือนเล็กๆ ว่า “Opus consumes usage limits faster than other models”

ช่างมัน ลองก่อน


ก่อนอื่น — Opus 4.5 มันเป็นยังไง?

ก่อนจะพูดถึง 4.6 ต้องย้อนดู 4.5 ก่อน

Opus 4.5 ออกมาเดือนพฤศจิกายน 2025 (ประกาศจาก Anthropic) ตอนนั้นมันเป็นโมเดลที่เก่งที่สุดของ Anthropic แล้ว เขียน code ดี ทำ spreadsheet ได้ ทำ research ได้

แต่มันก็มีข้อจำกัดที่ผมเจอบ่อยๆ:

  • Context window 200K token — ฟังดูเยอะ แต่พอโยน codebase ใหญ่ๆ เข้าไป มันเต็มเร็วมาก ต้องค่อยๆ แบ่งไฟล์ใส่ทีละนิด
  • Extended Thinking เป็นสวิตช์ — เปิดหรือปิด ไม่มีตรงกลาง บางทีเปิด thinking มันคิดนานเกินจำเป็น แต่ปิดก็กลัวคุณภาพตก
  • Output ถูกตัดบ่อย — ให้เขียน code ยาวๆ พอได้ครึ่งทางมันจะ “ขอ continue ส่วนที่เหลือ…” ต้องมานั่งต่อเอง
  • ทำงานได้ทีละ agent — ใน Claude Code สั่งงานทีละอย่าง รอเสร็จแล้วค่อยสั่งอย่างต่อไป

Opus 4.5 เก่งนะ แต่พอใช้งานหนักจริงๆ มันเริ่มเจอเพดาน


Opus 4.6 แก้อะไรได้บ้าง?

1. Adaptive Thinking — คิดแบบรู้จักประมาณตัว

นี่คือสิ่งที่ผมชอบที่สุด

Opus 4.5: Extended Thinking เป็นสวิตช์ เปิด-ปิด Opus 4.6: Adaptive Thinking — โมเดลตัดสินใจเองว่าจะคิดลึกแค่ไหน

ถ้าคำถามง่าย มันตอบเลย ไม่เสียเวลา ถ้าคำถามซับซ้อน มันจะนั่งคิดให้

ต่างจากเดิมที่เปิด thinking ทีไร มันคิดทุกคำถาม แม้แต่คำถามง่ายๆ เปลือง token ไปเยอะ

สำหรับ developer ที่ใช้ API ก็ควบคุมได้ด้วย /effort parameter — มี 4 ระดับ: low, medium, high (default), max (อ่านเพิ่มเติม)

ผมลองให้มันช่วยเขียน WordPress Plugin แบบมี logic ซับซ้อน มันวิเคราะห์ได้ละเอียดกว่า 4.5 ชัดเจน ถ้าใครเคยลองสร้าง Plugin ด้วย AI แล้ว อยากรู้ว่า process จริงเป็นยังไง ลองอ่านบทความนี้ดูครับ → สร้าง WordPress Plugin ขายได้ใน 1 วัน ด้วย AI – จากคนไม่เขียน PHP

2. Context Window 1 ล้าน Token (Beta)

นี่คือเรื่องที่ผมตื่นเต้นที่สุด แต่ต้องบอกตามตรงว่า มีเงื่อนไขเยอะ

Opus 4.5Opus 4.6
Context Window200K token1M token (Beta)
เทียบเป็นข้อความ~500 หน้า~2,500 หน้า

เพิ่มขึ้น 5 เท่า แต่…

⚠️ 1M context ไม่ได้เปิดให้ทุกคนใช้

ตรงนี้ต้องเคลียร์ให้ชัดเพราะหลายคนเข้าใจผิด:

ช่องทางContext Windowเงื่อนไข
claude.ai (แชท) ทุกแผน200Kไม่ว่าจะ Free, Pro, Max ก็ 200K เท่ากัน
claude.ai Enterprise500Kเฉพาะ Sonnet 4.5
Claude API1M (Beta)ต้องเป็น organization tier 4+ หรือมี custom rate limits
Claude Code (Max 20x)1M (Beta, บางคน)จำกัดเฉพาะบาง user บน Max $200 เท่านั้น ยังไม่เปิดทั่วไป

ข้อมูลจาก Claude Code FAQ ระบุชัดเจนว่า:

“Long context support is currently limited to some Claude Code users on Max 20x plans, so it’s available only to a small number of users. The 1M context window is not generally available for all Claude Code users yet.”

และข้อมูลจาก Claude Help Center:

“Claude’s context window size is 200K”

แปลว่า ถ้าคุณจ่าย Max $200 ไม่ได้แปลว่าจะได้ 1M context อัตโนมัติ ใช้แชทบน claude.ai ก็ยังได้ 200K เหมือนเดิม ส่วน Claude Code ก็ยังเปิดให้แค่บางคน

ใครต้องการ 1M context แน่ๆ ตอนนี้ทางที่ชัวร์ที่สุดคือใช้ผ่าน API

3. Output 128K Token — เขียนยาวได้ไม่ต้องกลัวตัด

Opus 4.5Opus 4.6
Max Output~32K token128K token

เพิ่มขึ้น 4 เท่า

เคยเจอไหม? ให้ Claude เขียน code ยาวๆ แล้วมันหยุดกลางทาง “ผมจะ continue ส่วนที่เหลือ…”

Opus 4.6 ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว 128K token ต่อครั้ง ยาวพอสำหรับเกือบทุกงาน

ตอนผมแก้ bug Plugin ที่ค้างตอน process หนัง ปัญหาหนึ่งคือ Claude generate code มาไม่ครบ ต้องขอ continue หลายรอบ 128K output น่าจะช่วยเรื่องนี้ได้เยอะ ใครเจอปัญหาคล้ายๆ กัน → แก้ Bug “ค้างตาย” ใน WordPress Plugin – เมื่อเลือกหนัง 10 เรื่อง แต่ทำได้แค่ 6

4. Agent Teams — ให้ AI หลายตัวทำงานพร้อมกัน

Opus 4.5: Claude Code ทำงานได้ทีละ agent Opus 4.6: Agent Teams — หลาย agent ทำงาน parallel ได้

สมมติว่าผมมีงาน 3 อย่าง:

  • อัพเดท meta description 50 บทความ
  • แก้ footer ทุกเว็บ
  • เช็ค broken links

เมื่อก่อน: สั่งทีละอัน รอเสร็จทีละอัน ตอนนี้: สั่งพร้อมกัน แต่ละ agent จัดการคนละส่วน แล้วประสานผลลัพธ์กัน

Anthropic บอกว่าเหมาะกับงานที่แยกเป็นส่วนอิสระได้ เช่น codebase review ยังเป็น Research Preview อยู่ แต่ concept มันน่าสนใจมาก

ถ้าใครดูแลเว็บ WordPress เยอะๆ อยู่แล้ว น่าจะเห็นภาพว่า Agent Teams จะช่วยได้มากขนาดไหน ผมเคยเล่าวิธีจัดการเว็บ 90+ เว็บด้วย Claude Code ไว้แล้ว ลองอ่านได้ที่ → จัดการเว็บ WordPress 90 กว่าเว็บ จากที่เดียว — ทำได้จริงไหม?

5. Context Compaction — ให้ AI สรุป context ตัวเอง

ฟีเจอร์ใหม่สำหรับ API ชื่อ Context Compaction

เวลาสั่งงาน agent ที่รันนานๆ บ่อยครั้ง context จะค่อยๆ เต็ม พอเต็มก็ต้องเริ่มใหม่

Compaction ให้ Claude สรุปบทสนทนาเก่าเองอัตโนมัติเมื่อใกล้เต็ม แล้วทำงานต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มใหม่


Claude Max $200 — คุ้มไหม?

แล้ว Max $200 ได้อะไร?

แผนราคาUsageOpus AccessContext (แชท)
Pro$20/เดือน5x ของ Free❌ ไม่ได้ Opus200K
Max 5x$100/เดือน25x ของ Free✅ ใช้ได้ (จำกัด)200K
Max 20x$200/เดือน100x ของ Free✅ ไม่จำกัด200K
Enterpriseติดต่อ SalesCustom✅ ไม่จำกัด500K (Sonnet 4.5)
APIPay-per-tokenไม่จำกัด✅ ทุก model1M (Beta)

(ข้อมูลจาก Claude Pricing และ Context Windows Docs)

Max $200 คือแผนที่ให้ใช้ Opus ได้ไม่อั้น + Claude Code เต็มกำลัง

ผมใช้ Claude Code ทำงานทุกวัน จ่าย Max อยู่แล้ว ต้นทุนถ้าใช้ API ตรงจะหนักกว่านี้เยอะ มีคนลองคำนวณแล้วว่า ถ้าใช้ Claude Code หนักๆ ผ่าน API จะจ่ายเดือนละ $3,000+ แต่ Max $200 ครอบคลุมหมด

คุ้มไหม? ถ้าใช้ Claude Code ทำงานวันละ 3-5 ชม. ขึ้นไป คุ้มแน่นอน ถ้าใช้แค่แชทวันละ 30 นาที Pro $20 ก็พอแล้ว


ตัวอย่างจริง: สิ่งที่ Opus 4.6 ทำได้ vs ทำไม่ได้

✅ สิ่งที่ทำได้ดีขึ้นกว่า 4.5

1. โยน Codebase ทั้งโปรเจกต์แล้วถาม (ผ่าน API)

Opus 4.5: ต้องเลือกไฟล์ใส่ทีละ 2-3 ไฟล์ ไม่งั้นเกิน 200K Opus 4.6: โยน folder ทั้งโปรเจกต์ 50-100 ไฟล์เข้าไปได้เลย (ถ้าใช้ 1M context ผ่าน API) แล้วถามว่า “ช่วยหา bug ที่ทำให้ API response ช้า” มันเห็นทั้ง codebase จะวิเคราะห์ได้แม่นกว่า

2. วิเคราะห์ SEO คู่แข่งทั้งเว็บ

Opus 4.5: ใส่ content ได้ทีละ 10-20 บทความ Opus 4.6: ใส่ sitemap + content 100+ บทความเข้าไปพร้อมกัน แล้วให้วิเคราะห์ content gap, keyword opportunity, internal link structure ได้ในรอบเดียว

3. Debug ปัญหาซับซ้อนข้าม file

Opus 4.5: บอก context ทีละนิด ต้อง “เดา” ว่า bug อยู่ตรงไหน Opus 4.6: เห็นทุก file พร้อมกัน trace ปัญหาข้าม function ข้าม class ได้แม่นกว่า Anthropic บอกว่า “diagnose complex bugs” ได้ดีขึ้นชัดเจน Asana บอกว่า “ability to navigate a large codebase and identify the right changes feels state-of-the-art”

4. เขียนรายงาน / document ยาวๆ จบในรอบเดียว

Opus 4.5: เขียนไปสัก 5,000 คำ แล้วต้อง continue Opus 4.6: 128K output token = เขียนรายงาน 30-40 หน้าได้ในรอบเดียว ไม่ถูกตัดกลางทาง

5. ทำหลายงานพร้อมกันด้วย Agent Teams

Opus 4.5: สั่งอัพเดท footer 90 เว็บ → รอเสร็จ → สั่งอัพเดท plugin → รอเสร็จ Opus 4.6: สั่ง agent 3 ตัว ทำ 3 งานพร้อมกัน เสร็จพร้อมกัน

6. Long-context ไม่ “ลืม” กลางทาง

จุดที่น่าประทับใจ Opus 4.6 ได้ 76% บน MRCR v2 (needle-in-a-haystack test ที่ซ่อนข้อมูลใน text ยาวๆ) เทียบกับ Sonnet 4.5 ที่ได้แค่ 18.5% — ต่างกันเกือบ 4 เท่า (อ้างอิง)

❌ สิ่งที่ยังทำไม่ได้ / ยังไม่ต่าง

1. แก้ Layout ของ Elementor / Divi

ไม่ว่าจะ 4.5 หรือ 4.6 การแก้ layout ของ Page Builder ที่เก็บเป็น JSON ซับซ้อนใน database ยังทำจาก CLI ไม่ได้ดี ต้องเข้า wp-admin ทำเอง

2. งานที่ต้องดูหน้าเว็บจริง

Claude Code ไม่มีตา ถ้าต้องเช็คว่า “หน้าเว็บ responsive ดีไหม” หรือ “รูปแตกหรือเปล่า” มันช่วยไม่ได้ ต้องเปิดดูเอง

3. SWE-bench Verified กลับลดลงนิดหน่อย

Benchmark ตัวนี้ Opus 4.6 ได้คะแนนลดลงเล็กน้อยจาก 4.5 ซึ่งเป็นจุดที่ Anthropic ยอมรับเอง (แต่ปรับ prompt แล้วได้ 81.42%) Terminal-Bench 2.0 กับ OSWorld กลับดีขึ้นมาก

4. 1M Context ยังเป็น Beta + มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ใช้ได้จริงแค่ผ่าน API (tier 4+) และ Claude Code บางคนบน Max 20x ไม่ใช่ทุกคน แถมเกิน 200K token ถูกคิด premium rate:

Modelราคาปกติ (≤200K)ราคา Premium (>200K)
Opus 4.6$5 / $25 ต่อ 1M token$10 / $37.50 ต่อ 1M token
Sonnet 4.5$3 / $15 ต่อ 1M token$6 / $22.50 ต่อ 1M token

(ข้อมูลจาก Anthropic Blog และ API Docs)

5. ค่าใช้จ่ายยังแพงเท่าเดิม

API ราคาเท่า 4.5 สำหรับ request ปกติ คือ $5/$25 ต่อ 1M token ไม่ได้ถูกลง แค่ได้ของดีขึ้นในราคาเดิม


Benchmark เปรียบเทียบ: 4.6 vs 4.5

BenchmarkOpus 4.5Opus 4.6เพิ่มขึ้น
Terminal-Bench 2.0 (coding)59.8%65.4%+5.6%
OSWorld (computer use)66.3%72.7%+6.4%
GDPval-AA (enterprise work)1,416 Elo1,606 Elo+190 Elo
BrowseComp (web search)ดีอันดับ 1
Humanity’s Last Examดีอันดับ 1
MRCR v2 1M (long-context)76%(Sonnet 4.5 ได้ 18.5%)
SWE-bench Verifiedดีกว่าลดลงเล็กน้อย⚠️

(ข้อมูล benchmark ทั้งหมดจาก Anthropic Blog: Introducing Claude Opus 4.6)

ที่น่าสนใจคือ GDPval-AA ซึ่งทดสอบงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น งานการเงิน กฎหมาย วิเคราะห์ข้อมูล — Opus 4.6 นำ GPT-5.2 อยู่ 144 Elo และนำ Opus 4.5 ถึง 190 Elo

สำหรับคนทำ SEO อย่างผม BrowseComp ที่ทดสอบการค้นหาข้อมูลยากๆ บนเว็บ ก็สำคัญ Opus 4.6 ได้อันดับ 1


แล้วมันกิน Usage Limit เร็วจริงไหม?

จริงครับ

ตามที่เตือนไว้ตอนเลือกโมเดลเลย Opus กิน limit เร็วกว่า Sonnet กับ Haiku ชัดเจน

ถ้าใช้แผน Pro ($20/เดือน) ไม่ได้ใช้ Opus อยู่แล้ว ต้อง Max ขึ้นไป

Anthropic เองก็แนะนำว่า ถ้า Opus คิดนานเกินไปในงานง่ายๆ ให้ลด effort จาก high เป็น medium จะช่วยประหยัด token ได้

คำแนะนำจากคนใช้จริง:

  • งานง่ายๆ แชทธรรมดา → ใช้ Sonnet 4.5 (ฟรีก็ได้)
  • งานต้องคิดเร็วๆ ไม่ซับซ้อน → ใช้ Haiku 4.5
  • งานยากๆ coding ซับซ้อน วิเคราะห์หนักๆ → ค่อยใช้ Opus 4.6

อย่าเอา Opus ไปถามว่า “วันนี้กินอะไรดี” เสียของ

ถ้าไม่อยากจ่ายค่า subscription แพง แต่อยากได้ AI ทำงานให้ตลอด 24 ชม. ลองดูทางเลือกนี้ครับ ผมเคยรีวิวไว้ → รัน Moltbot หรือ Clawdbot บน VPS เดือนละ 175 บาท – ไม่ต้องง้อ Mac Mini


สำหรับนักพัฒนาที่ใช้ API

ราคาเท่าเดิม ไม่ขึ้น:

  • Input: $5 / 1M tokens
  • Output: $25 / 1M tokens
  • Model ID: claude-opus-4-6

ข้อควรรู้เรื่อง 1M context: ถ้า input เกิน 200K token จะถูกคิด premium rate เป็น $10 input / $37.50 output ต่อ 1M token (2x input, 1.5x output) ดังนั้นถ้าใช้ context ยาวๆ ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นพอสมควร ต้องวางแผนให้ดี

Adaptive Thinking สำหรับ API ใช้ thinking: {"type": "adaptive"} แทน thinking: {"type": "enabled"} แบบเดิม

response = client.messages.create(
    model="claude-opus-4-6",
    max_tokens=16000,
    thinking={"type": "adaptive"},
    messages=[{"role": "user", "content": "..."}]
)

⚠️ ข้อสำคัญ: thinking: {"type": "enabled", "budget_tokens": N} แบบเดิมยัง work อยู่ แต่ deprecated แล้วบน Opus 4.6 ควรย้ายมาใช้ adaptive ก่อนจะถูกเอาออก (อ่าน Migration Guide)

ผมเคยใช้ Gemini API สร้าง Plugin สำหรับ bulk generate SEO content ค่าใช้จ่ายบทความละไม่ถึงสตางค์ ถ้าสนใจว่า AI API เอามาทำอะไรได้อีก ลองอ่านดู → สร้างระบบ AI วิเคราะห์ผมร่วง + เขียน Email อัตโนมัติ ด้วย Local LLM ใน 1 วัน


ผมจะใช้ Opus 4.6 ทำอะไร?

ตอนนี้ผมวางแผนจะลองใช้กับ:

  1. Claude Code + Agent Teams สำหรับจัดการเว็บ WordPress 90+ เว็บที่ดูแลอยู่
  2. วิเคราะห์ SEO คู่แข่ง โยน content ทั้งเว็บเข้าไปได้เลยด้วย 1M context (ผ่าน API)
  3. เขียน Plugin ใหม่ ที่ต้องการ logic ซับซ้อนกว่าเดิม
  4. สร้าง App / เครื่องมือใหม่ๆ ด้วย AI เหมือนที่เคยสร้าง Video Downloader มาแล้ว

ถ้าใครอยากเห็นว่า AI สร้าง App จริงๆ ได้เร็วแค่ไหน ลองอ่านอันนี้ครับ → สร้าง Video Downloader ด้วย AI ใน 1 ชั่วโมง 🎬

พอลองใช้ Opus 4.6 จริงจังแล้วจะมาอัพเดทเพิ่มครับ


สรุป: ควรอัพเกรดจาก 4.5 ไหม?

ถ้าคุณใช้ Claude Code ทำงานทุกวัน → อัพเลย ไม่ต้องคิด Agent Teams + 128K output + Adaptive Thinking มันเปลี่ยนวิธีทำงานเลย

ถ้าคุณใช้แค่ claude.ai แชทธรรมดา → ก็ดีขึ้นบ้าง Adaptive Thinking ทำให้คุณภาพคำตอบดีขึ้นโดยเฉพาะคำถามยากๆ แต่ 1M context ยังไม่ได้ใช้บนแชท Sonnet 4.5 ก็ยังเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่

ถ้าคุณใช้ API อยู่แล้ว → ราคาเท่าเดิม ได้ของดีกว่า + 1M context เปิดให้ใช้จริง ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เปลี่ยน แค่ระวังค่าใช้จ่ายเกิน 200K token ที่คิด premium rate

ถ้ายังไม่เคยลองใช้ AI จัดการงานจริงจัง ลองเริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ได้ครับ ไม่ต้องเริ่มใหญ่ → รีวิว Coolify: ติดตั้ง WordPress + Next.js บน VPS ฟรี (ไม่ต้องจ่ายค่า Panel)


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Scroll to Top